สูตร — โจทย์นี้หยิบอะไรมาต่อกัน
generate จาก data/recipes.yml — อย่าแก้ตรงนี้
แก้ YAML แล้วรัน./scripts/render-recipes.sh
6 สูตร · อัปเดต 2026-08-07
CATALOG.md บอกว่ามีอะไรบ้าง ไฟล์นี้บอกว่า โจทย์นี้ต้องหยิบอันไหนมาต่อกัน ซึ่งเป็นความรู้ที่ปกติอยู่ในหัวคนที่เคยทำแล้วหายไปพร้อมกับคนนั้น
ส่วนที่ทำให้สูตรมีค่าคือ ข้อจำกัด ไม่ใช่ขั้นตอน — ทางแก้ที่ดีที่สุดในสุญญากาศ มักใช้ไม่ได้กับของจริงเพราะติดข้อจำกัดที่ไม่มีใครเขียนไว้ สูตรที่ไม่ระบุข้อจำกัด ก็คือ tutorial ธรรมดา ซึ่งมีเยอะแล้วบนเน็ต
สารบัญ
- 🧪 จัดเวิร์กช็อป 40 คน แต่ไม่มีใครมี SOL และขอ airdrop พร้อมกันแล้ว devnet เตะทิ้ง
- 🧪 เจอ tutorial บนเน็ต จะรู้ได้ยังไงว่ายังรันผ่านกับของปี 2026
- 🧪 อยากรับเงินจริงหน้างาน เช่นขายของหรือเก็บค่าเข้า โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมบนเชน
- 🧪 จ่ายรางวัล quest ให้คนในชุมชนหลายสิบคนพร้อมกัน โดยไม่ต้องกดทีละคน
- 🧪 อยากทำสรุปสถานะเครือข่ายภาษาไทยรายสัปดาห์ แต่ไม่มีเวลานั่งไล่อ่านทุกแหล่ง
- 🧪 เขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว จะขึ้น mainnet ต้องเตรียมอะไรบ้าง
✅ เคยทำจริงแล้ว · 🧪 ประกอบจากของที่ตรวจแล้ว แต่ยังไม่เคยรันทั้งชุด
ยังไม่มีสูตรไหนเป็น ✅ เลย — และคุณช่วยได้
ทุกสูตรที่นี่ประกอบจากของที่ตรวจมาแล้วทีละชิ้น แต่ยังไม่เคยมีใครรันทั้งชุดตั้งแต่ต้นจนจบ เราจึงไม่เติม ✅ ให้ตัวเอง เพราะกฎในไฟล์ข้อมูลเขียนไว้ว่า *"สูตรที่โกหกแย่กว่าไม่มีสูตร"*
- กด 👍 ในเธรดของสูตร ว่าอยากให้พิสูจน์อันไหนก่อน
— ไม่ต้องมีกระเป๋า ไม่ต้องเซ็นอะไร เวลามีจำกัด เสียงตรงนี้บอกว่าควรเริ่มที่ไหน
- ลองแล้วมารายงาน ไม่ว่าผ่านหรือพัง — รายงานว่าพังมีค่าเท่ากับรายงานว่าผ่าน
เพราะจุดที่พังคือสิ่งที่ควรไปอยู่ในช่อง จุดที่จะพลาด ของสูตรนั้น
<a id="workshop-no-sol"></a>
จัดเวิร์กช็อป 40 คน แต่ไม่มีใครมี SOL และขอ airdrop พร้อมกันแล้ว devnet เตะทิ้ง
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เคยมีกระเป๋ามาก่อน ไม่มีทั้ง SOL และ USDC
- เน็ตในงานอีเวนต์ช้าและหลุดบ่อย พึ่ง devnet ไม่ได้
- มีเวลาสอนจริงไม่เกิน 2 ชั่วโมงรวมติดตั้ง
หยิบอะไรมาใช้
- Surfpool Repository
- LiteSVM
- Kora (gasless/relayer)
- Fee Abstraction — ให้คนอื่นจ่ายค่าแก๊สแทน
- Quickstart — รับเงินก้อนแรกใน 5 นาที
ประกอบยังไง — แยกสองสาย — สายที่เขียนโปรแกรมบนเชนใช้ LiteSVM หรือ Surfpool รันในเครื่อง ไม่ต้องต่อเน็ตเลยหลังติดตั้งเสร็จ ส่วนสายที่จะเห็นของจริงบน mainnet ใช้ Kora เป็นคนออกค่าแก๊สแทน ผู้เข้าร่วมจึงทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องมี SOL เปิดคาบด้วย quickstart ที่วางปุ่มรับเงินได้ใน 5 นาที เพื่อให้เห็นผลก่อนเจอ Rust
จุดที่จะพลาด — Surfpool ต้อง fork mainnet ซึ่งใช้เน็ตตอนเริ่ม ให้ทำก่อนงานแล้วแจกภาพ container ไป · Kora ต้องมีคนรัน relayer และเติมเงินไว้ ไม่ใช่บริการฟรีสาธารณะ ต้องเตรียมล่วงหน้า · rent ที่ Agave 4.2 ลด 90% ทำให้การออกค่าเปิด token account ให้ผู้เข้าร่วมถูกลงมาก แต่ยังไม่ฟรี ต้องคำนวณจำนวนหัวคูณค่าเปิดบัญชีก่อน
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
<a id="is-this-tutorial-still-valid"></a>
เจอ tutorial บนเน็ต จะรู้ได้ยังไงว่ายังรันผ่านกับของปี 2026
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- tutorial ส่วนใหญ่ไม่เขียนเวอร์ชันไว้ หรือเขียนไว้แต่ไม่ตรงกับที่ใช้จริง
- ลงมือรันตามทั้งบทเพื่อพิสูจน์ว่าพังใช้เวลานานเกินไป
- เครื่องติดตั้ง Anchor ได้ทีละสายเท่านั้น
หยิบอะไรมาใช้
- Compatibility Matrix (ของ Foundation)
- Anchor Version Manager (AVM)
- Anchor v0.32 → v1 Migration Guide
- web3.js v1 → v3 Migration Guide
- Sunrising web3.js — ทำไม TS ecosystem ถึงกลับมารวมกัน
ประกอบยังไง — ดูสัญญาณเร็วสามอย่างก่อนลงแรง — import ที่เขียนว่า @coral-xyz/anchor แปลว่าก่อน 1.0 (ชื่อเปลี่ยนเป็น @anchor-lang/core แล้ว) · เห็น new Connection กับ PublicKey แปลว่า web3.js v1 · เห็น solana-test-validator แปลว่าเขียนก่อนยุค LiteSVM เจอสัญญาณไหนก็เปิด compatibility matrix ของ Foundation เทียบ แล้วใช้ AVM สลับสาย Anchor ไปตรงกับที่ tutorial เขียนเพื่อพิสูจน์ แทนที่จะอัปของตัวเองทิ้ง · ตั้งแต่ 7 ส.ค. 2026 รัน ./scripts/render-versions.sh ในเครื่องได้เลย มันดึงเวอร์ชันจริงจาก npm สดแล้วสร้าง VERSIONS.md ให้ ซึ่งครอบแกน client ฝั่ง TypeScript ที่ matrix ของ Foundation ไม่มี
จุดที่จะพลาด — อย่าอัป anchor-cli จาก 1.0.2 ขึ้นเพื่อ "ให้ทันสมัย" เพราะจะทดสอบสาย 1.0 ไม่ได้อีก · matrix ของ Foundation ครอบฝั่ง Anchor/CLI/GLIBC แต่ไม่ครอบแกน Kit กับ web3.js v3 ตรงนั้นต้องดู migration guide สองตัวแทน
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
<a id="accept-payment-at-event"></a>
อยากรับเงินจริงหน้างาน เช่นขายของหรือเก็บค่าเข้า โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมบนเชน
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- ไม่มีทีมพัฒนา ต้องขึ้นได้ภายในวันสองวัน
- ต้องกระทบยอดกับรายการขายจริงได้ ไม่ใช่แค่เห็นว่าเงินเข้า
- ผิดพลาดแล้วเป็นเงินจริง ไม่มีปุ่ม undo
หยิบอะไรมาใช้
- Quickstart — รับเงินก้อนแรกใน 5 นาที
- Payment Button (React component สำเร็จรูป)
- Verification Tools — ตรวจว่าเงินเข้าจริงและกระทบยอด
- Production Readiness — เช็คลิสต์ก่อนขึ้น mainnet
ประกอบยังไง — เริ่มที่ quickstart ให้มีปุ่มที่รับเงินได้จริงก่อน แล้วค่อยอ่าน payment-button เพื่อปรับโหมดและ callback ให้ตรงกับหน้าร้าน · ส่วนที่ tutorial ทั่วไปข้ามคือ verification-tools ที่สอนกระทบยอดด้วย memo ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ปิดบัญชีตอนจบงานได้ · ก่อนเปิดรับเงินจริงให้ไล่เช็คลิสต์ production-readiness 14 ข้อทั้งหมด
จุดที่จะพลาด — Commerce Kit ยังเป็น beta เอกสารเตือนเองว่า API เปลี่ยนได้ อย่าเพิ่งสอนว่าเป็นมาตรฐาน · ข้อที่พลาดกันบ่อยที่สุดในเช็คลิสต์คือระดับ commitment — เลือกผิดแล้วนับว่าเงินเข้า ทั้งที่ยังไม่ final และข้อยืนยัน mint ว่าไม่ใช่ของ devnet
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
<a id="pay-many-quest-rewards"></a>
จ่ายรางวัล quest ให้คนในชุมชนหลายสิบคนพร้อมกัน โดยไม่ต้องกดทีละคน
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- ผู้รับบางคนยังไม่มี token account ต้องมีคนออกค่าเปิดให้
- งบมาจาก treasury ที่ต้องมีคนอนุมัติมากกว่าหนึ่งคน
- ต้องตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครได้เท่าไหร่
หยิบอะไรมาใช้
- Batch Payments — จ่ายหลายคนใน tx เดียว
- Spend Permissions — มอบสิทธิ์ใช้เงินแบบมีเพดาน
- Verification Tools — ตรวจว่าเงินเข้าจริงและกระทบยอด
- Squads Protocol
ประกอบยังไง — ยัดหลาย instruction ใน transaction เดียวตาม batch-payments แล้วใช้ transaction planning เมื่อจำนวนเกินขนาด tx · ฝั่งอนุมัติใช้ Squads เป็น multisig ของ treasury · ถ้าอยากให้ระบบดึงเงินเองตามรอบแทนการกดจ่าย ให้ดู spend-permissions ซึ่งกำหนด เพดานได้และเจ้าของเพิกถอนเองได้ทันที ต่างจากการโอนเข้ากระเป๋ากลาง
จุดที่จะพลาด — Agave 4.2 ขยาย tx เป็น 4,096 byte ตั้งแต่ 17 ส.ค. 2026 ซึ่งเพิ่มจำนวนผู้รับต่อ tx ได้ แต่ต้อง opt-in เอง ของเดิมยังคิดที่ 1,232 byte · ตรวจ address ผู้รับก่อนส่งเสมอว่า เป็นกระเป๋าไม่ใช่ token account หรือ mint ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเงินหาย
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
<a id="weekly-network-brief-th"></a>
อยากทำสรุปสถานะเครือข่ายภาษาไทยรายสัปดาห์ แต่ไม่มีเวลานั่งไล่อ่านทุกแหล่ง
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- มีเวลาไม่เกิน 20 นาทีต่อสัปดาห์
- ตัวเลขต้องอ้างได้ ถ้าโดนถามต้องชี้แหล่งได้ทันที
- ไม่อยากพึ่งแหล่งที่อาจหายไป
หยิบอะไรมาใช้
- Solana State (รายงานสถานะเครือข่ายอัตโนมัติ)
- Solana Network Data (first-party)
- Solana Network Upgrades (hub)
- SGP — Solana Governance Proposals (repo)
- solana.com llms.txt (ดัชนีเอกสารสำหรับ AI)
ประกอบยังไง — ดึงวัตถุดิบด้วยเครื่อง — solana-state มี /api/report/markdown ที่เป็นสรุปสำเร็จรูป ราว 4.6 KB รีเฟรชทุก 30 นาที · เทียบตัวเลขที่จะเอาไปอ้างกับ solana.com/data ซึ่งเป็นทางการแต่ lag 1 วัน · ฝั่ง governance ดึง SGP repo ที่เป็น markdown ล้วน · หน้า upgrades ต้องอ่านด้วยคน ใช้ .md ไม่ได้ ส่วนที่ automate ไม่ได้คือการเลือกว่าอะไรสำคัญกับคนไทยและการเขียน ซึ่งคือคุณค่าทั้งหมด
จุดที่จะพลาด — อย่าเรียกสิ่งนี้ว่าบอทอัตโนมัติ มันคือระบบเตรียมวัตถุดิบให้คนเขียน 20 นาที · solana-state โฮสต์บน vercel.app ฟรี หายได้ทุกเมื่อ ตัวเลขที่จะเอาไปพูดในที่สาธารณะ ให้ยึด solana.com/data เป็นหลัก · โค้ดตัวดึงควรอยู่ repo devrel-helper ไม่ใช่ที่นี่
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
<a id="ship-program-to-mainnet"></a>
เขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว จะขึ้น mainnet ต้องเตรียมอะไรบ้าง
🧪 ยังไม่เคยรันทั้งชุด · ยืนยันล่าสุด 2026-08-05
ข้อจำกัดที่ทำให้ทางแก้ทั่วไปใช้ไม่ได้
- ไม่มีงบจ้าง audit เต็มรูปแบบ
- ทีมมีคนเดียวหรือสองคน ไม่มีใครรีวิวโค้ดให้
- พลาดแล้วเป็นเงินคนอื่น
หยิบอะไรมาใช้
- Production Readiness — เช็คลิสต์ก่อนขึ้น mainnet
- Blueshift — Program Security Course
- Neodyme Blog
- Squads Protocol
- subscriptions (delegation / จ่ายรายรอบ on-chain)
ประกอบยังไง — ไล่เช็คลิสต์ production-readiness 14 ข้อก่อน ซึ่งครอบชั้น client และ RPC · แต่มันไม่ครอบชั้นโปรแกรม ส่วนนั้นใช้คอร์ส program security ของ Blueshift ไล่เรื่องตรวจเจ้าของ account การคุมสิทธิ์ และ CPI แล้วอ่านเคสจริงจากบล็อก Neodyme · upgrade authority ต้องอยู่ใต้ multisig ของ Squads ไม่ใช่กุญแจเดียวในเครื่องใครคนหนึ่ง · อยากดูว่าโปรแกรมที่ผ่าน audit จริงหน้าตายังไง อ่าน subscriptions ที่เปิดโค้ดครบ
จุดที่จะพลาด — เช็คลิสต์ทางการ 14 ข้อผ่านหมดแล้วยังขึ้น mainnet ไม่ได้ ถ้ายังไม่มี audit multisig upgrade authority และ verified build — สามอย่างนี้ไม่มีอยู่ในเช็คลิสต์นั้นเลย เพราะมันเขียนสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมของคนอื่น ไม่ใช่คนที่เขียนเอง
🧪 ยังไม่มีใครรันทั้งชุด — รายงานผลถ้าลองแล้ว · กด 👍 ให้พิสูจน์อันนี้ก่อน
ทุก URL ใน หยิบอะไรมาใช้ ต้องมีอยู่จริงใน data/resources.yml — recipe-check.sh บังคับ ทำให้สูตรอ้างของที่ไม่เคยตรวจไม่ได้